รู้หรือไม่การสื่อสารเริ่มต้นมาจากอะไร

รู้หรือไม่การสื่อสารเริ่มต้นมาจากอะไร

[gffedfw การสื่อสาร เมื่อพูดถึงทุกคนคงมองไม่ออกว่าจะพูดถึงอะไรเพราะการสื่อสารมันกว้างอย่างมาก จุดเริ่มต้นของการสื่อสารเลยคือนกพิราบ ในสมัยก่อนยังไม่มีการพัฒนาที่ดีอย่างปัจจุบัน นกพิราบจึงเป็นนกที่สามารถคาบข่าวสารไปหาอีกฝั่งหนึ่งได้ นกพิราบที่จะมาส่งจดหมายหรือข่าวสารได้ต้องมีการฝึกหัดเป็นอย่างดี นกพิราบมีความสามารถได้การบินของมันแบบไม่ต้องพักเหนื่อยจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง นกพิราบมีความสามารถพิเศษกว่านกอื่นๆ เพราะนกพิราบสามารถบินถึงจุดหมายได้โดยไม่ต้องพักระหว่างทาง และยังจำทิศทางต่างๆได้ดีมาก นอกจากจะจำทิศทางได้ดีแล้วนกพิราบยังบินได้รวดเร็วมาก นั้นนกพิราบยังสามารถหาธัญพืชกินเองได้โดยความจำของมันจะดีมาก ๆ แต่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและทันสมัยมากขึ้น นกพิราบจึงเกือบลืมเลือนไปแล้วว่าสามารถเป็นนกที่สื่อสารได้ดี นกพิราบสื่อสารนั้นได้มีการยุติลง ตั้งแต่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1-2 มีนักคิดค้นวิจัยและนำนกพิราบออกมาผสมพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น และได้ก่อเกิดออกมาเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก เพราะนกพิราบมีสีสันสวยงาม ต่อมาเมื่อได้ก่อเกิดนกพิราบสายพันธุ์ใหม่ที่สวยงามกว่าเดิมจึง มีการนำเสนอการแข่งขันเลี้ยงนกพิราบแฟนตาซีกัน และเป็นที่นิยมในคนหมู่มายในสมัยนั้น ในการแข่งขันของนกพิราบนั้น ไม่ได้แข่งเพียงแค่ความสวยงาม แต่ยังมีการจัดแข่งขันความเร็ว ความแม่นยำในทิศทาง ความว่องไวในการหาอาหาร การแข่งขันระยะทางว่านกพิราบตัวไหนจะบินได้ไวกว่ากัน ความสามารถต่างๆของนกพิราบ กิจกรรมต่างๆเป็นที่นิยมมากสำหรับคนในวงการนกพิราบ หรือองค์กรทหารที่ก่อนหน้าที่เคยนำนกพิราบมาไว้ใช้สื่อสารได้เข้าร่วมกันแข่งกันความสามารถต่างๆของนกที่เลี้ยงไว้ เพราะรางวัลจากการแข่งขันคือเงิน เมื่อมีรายได้มากขึ้นจึงมีการแข่งขันที่บ่อยขึ้นๆ เพราะเป็นทางหนึ่งของการหารายได้ของผู้เพราะเลี้ยง นกพิราบถึงจะไม่ได้มีไว้ใช้งานในการสื่อสารต่างๆในปัจจุบันแต่ก็ได้ลงบันทึกไว้ว่าครั้งหนึ่ง นกพิราบได้สื่อสารส่งข่าวสารให้กับคนเป็นอย่างดี

 

 

คุณรู้ไหมว่าจดหมายสำคัญมากกับนักโทษที่อยู่ในเรือนจำ

oihpo18545เมื่อพูดถึงจดหมายแล้ว ทุกคนต้องรู้ถึงที่มาของมันดีเพราะ โลกเรามีการพัฒนาไปเรื่อยจนเกือบลืมว่าการติดต่อที่มาก่อนโทศัพท์มือถือของทุกคนเลยคือ การเขียนจดหมาย ไปรษณีย์มีหน้าที่คอยส่งจดหมายให้เรา แต่จดหมายยังสามารถใช้ได้ในปัจจุบัน มีคนมากมายที่ยังใช้วิธีนี้อยู่ คือนักโทษ หรือญาติของนักโทษ ยังมีการเขียนจดหมายเพื่อการบอกข่าวสารที่อยู่ที่บ้านหรืออยู่ภายนอก นักโทษไม่มีโทรศัพท์มือถือที่สามารถจะติดต่อกับญาติได้ แต่สามารถเขียนจดหมายเพื่อติดต่อสื่อการสู้คดีความ หรือรวมไปจนถึงการติดต่อกับคนรัก นักโทษจะเห็นว่าจดหมายนั้นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดเพราะข้าวมีให้กิน ที่มีให้นอน ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น เมื่อมีเหตุจำเป็นเรื่องคดีความ ต้องรีบเขียนจดหมายส่งออกมาเพื่อจะที่ได้รู้ว่าญาติดำเนินเรื่องไปถึงไหนอะไรอย่างไรบ้าง ทุกครั้งที่มีการเขียนจดหมายติดต่อเข้าไปหานักโทษทุกคนจะนั่งใจจดใจจ่อรอว่าจดหมายฉบับนั้นจะเป็นของเขาหรือไม่ เมื่อนั่งฟังประกาศชื่อ หากมีจดหมายที่เป็นชื่อของเขานี่ คือกำลังสำคัญอย่างหนึ่งที่นักโทษต้องการไม่เพียงเป็นแค่กำลังใจ แต่ยังสามารถเป็นคำบอกเล่าเรื่องราวที่อยู่ภายในใจจิตใจลึกๆของนักโทษอีกด้วย เพราะนักวิจัยได้มีผลการวิจัยออกมาว่าการเขียนความในใจหรืออะไรก็ตามที่กำลังคิดอยู่ออกมาเพียงบนกระดาษหนึ่งหน้าหรือเขียนออกทั้งหมดที่กังวลหรือกำลังคิดอยู่นั้น จะเท่ากับ D-TOXI สมองเพื่อปกกันความเครียดหรือความกดดันได้ เพราะนักโทษที่อยู่ภายในเรือนจำ นอกจากเรื่องเครียดอยากกลับบ้านบางคนถึงกับเสียสติไปเลยก็ได้ ดังนั้นจึงให้นักโทษได้ผ่อนคลายโดยการเขียนจดหมายเพื่อติดต่อกับญาติได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคประสาทกก่อนจะได้รับอิสระ การเขียนจดหมายจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากอย่างหนึ่งที่นักโทษต้องการ เชื่อว่าในอนาคตอาจจะมีการปรับเปลี่ยนนักโทษให้ติดต่อกับญาติได้โดยกำหนด เวลาให้ใช้โทรศัพท์ได้เพื่อความสะดวกรวดเร็วและไม่สร้างความกดดันมากจนเกินไป